How to spend a day in San Francisco | ซานฟรานซิสโกวันเดียวก็เที่ยวได้

อยากเที่ยวให้ทั่วแต่มีเวลาแค่วันเดียวในซานฟรานซิสโก เพื่อนๆไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะซานฟรานซิสโกวันเดียวก็เที่ยวได้!

  • Take a Cable Car ride ชมบรรยากาศ

Cable Car ถือว่าเป็นไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ของการเยี่ยมชมซานฟรานซิสโกเลยก็ว่าได้ ซึ่งเจ้ารถรางตัวนี้ได้ถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ. 1873 โดยนาย แอนดรูว์ สมิทซ์ ฮาลลิดาย (Andrew Smith Hallidie) พ่อค้าชาวอังกฤษที่เดินทางมายังแคลิฟอร์เนีย ในช่วงปี 1852 และซึ่งได้ทำการทดลองเจ้าตัวรถ Cable Car ครั้งแรกในเช้าตรู่ ตี 4 ของวันที่ 2 สิงหาคมปี ค.ศ. 1873 บน Clay st. ของซานฟรานซิสโก นับแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เจ้ารถรางก็มีอายุราวๆ 146 แล้ว!

และที่สำคัญ หลังจากการเกิดแผ่นดินไหวและไฟไหม้ครั้งใหญ่ของซานฟรานซิสโกนั้นก็เหลือเพียงแค่ไม่กี่เส้นทางที่ยังคงใช้เจ้ารถราง Cable Car ตัวนี้อยู่ ดังนั้นพลาดไม่ได้เลยที่จะไปยืนต่อคิวเพื่อรอขึ้นเจ้ารถคู่เมืองนี้ แนะนำว่าเริ่มวันยิ่งเช้ายิ่งดี ซึ่งCable Car จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 6 โมงเช้าเป็นต้นไป ถ้าโชคดีอาจจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าอีกด้วยน้า

ค่าบริการต่อเที่ยว $7 แต่ถ้ามี Visitor passport ก็ขึ้นไปเลยจ้า กำไรเห็นๆ จะโหลดแอพไว้บนโทรศัพท์มือถือก็ได้ หรือจะเลือกใช้เจ้าบัตร Clipper Card ก็สะดวกดี แล้วแต่เพื่อนๆถนัดกันเลย เพื่อนๆสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ตั้งไว้ให้นี้เลย SFMTA-Fares ฝ้ายแคปรูปค่าใช้จ่ายไว้ให้เพื่อนๆด้วย ด้านล่างนี้น้า

Thank you SFMTA / Captured 06-2019

Cable Car นั่งสายไหนคุ้มสุดถ้าเรามีเวลาแค่หนึ่งวัน รับรองว่าต้องเป็นสาย Powell & Hyde ซึ่งขึ้นจาก Powell st. นั่นเอง เพื่อนๆจะได้เห็น Downtown, วิว Bay Bridge ทะลุผ่าน Financial Distric, China town, วิวอ่าว และส่วน Resident ของซานฟรานซิสโกนั่นเอง

จากนั้นแนะนำเพื่อนๆ กระโดดลงรถรางที่ป้าย Lombard st. ค่ะ

เพราะนี่จะเป็นจุดหมายที่สองของเรา

  • เดินเล่นบน เนินเคี้ยว ถนนคด Lombard Street

ถนนเนินสูง ที่มาพร้อมกับโค้ง 8 โค้ง ซึ่งช่วงที่สวยที่สุด จะมีดอกไม้ขึ้นเรียงรายตลอดเส้นทางในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ถ้าเพื่อนๆมีรถก็สามารถขับรถขึ้นไปได้ เป็นความทรงจำที่ว่าครั้งนึงในชีวิตเราได้ขับรถบนหนึ่งในถนนที่ชันที่สุดมาแล้ว

เมื่อเพื่อนๆเอ็นจอย Lombard Street เรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการหลงเส้นทาง เดินตามรถราง หรือ Hyde st. ลงต่อไปเลยจ้า เพื่อนๆก็จะเห็นวิวของอ่าวซานฟรานซิสโก และจะเห็น Alcatruz มาแต่ไกลๆเลย จนถึง Fisherman’s Wraft

  • Fisherman’s Wharf แหล่งรวมอาหารทะเล

เริ่มวันเช้ากันมาแล้วเมื่อเพื่อนๆมาถึง Fisherman’s Wharf ถ้าเพื่อนๆหิวหรืออยากจะลิ้มลองรสชาติอาหารทะเลของเมืองก็สามารถเลือกร้านได้เลยค่ะ มีทั้งร้านนั่งทาน หรือจะเป็นซื้อเดินทานก็ได้แล้วแต่เราจะชอบเลย ยิ่งถ้าเป็นช่วงสุดสัปดาห์ ยิ่งคนเยอะของกินก็จะยิ่งเยอะไปด้วยน้า

มาถึงแลนด์มาร์คที่มีชื่อเสียงแล้วจุดนี้นอกจากจะมีร้านอาหารทะเล ยังมีร้านของฝาก ทั้งยังมี Madame Tussauds (San Francisco) และที่ขาดไม่ได้เลยคือ Museé Mécanique โดยเฉพาะสำหรับสาวกตู้เกมส์ ที่นี่มีให้เลือกมากมายซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นตู้เกมส์ที่ค่อนข้างจะหาได้ยากแล้วในสมัยนี้ แต่ละชิ้นนี่เป็นชิ้นแห่งประวัติศาสตร์ทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าอนุญาตให้ดูเท่านั้น แต่ตู้พวกนี้เรายังสามารถหยอดเหรียญเล่นได้เหมือนเดิม ดังนั้นเพื่อนๆ เตรียมเหรียญ $0.25 (ยี่สิบห้าเซ็นต์) หรือที่ปกติเราจะเรียกว่าเหรียญคอร์เตอร์นั้นไว้เยอะๆเด้อ

จะไปเมกามารู้จักเงินตราสหรัฐกันก่อน

  • ดูแมวน้ำที่ Pier 39

เดินต่อลงมาจาก Fisherman’s Wraft ระหว่างทางเพื่อนก็จะเจอกับศิลปินมากมาย ที่กำลังทำงานศิลปะโชว์กันมากมาย ซึ่งถ้าใครสนใจก็สามารถซื้อกลับบ้านกันได้เช่นกันน้า เดินมาไม่นานเพื่อนๆจะได้ยินกับเสียงอุ๋งอิ๋งๆ ที่อาจจะคุ้นหูหรือไม่ก็ตาม แต่นั่นละค่ะ พวกเจ้าแมวน้ำกำลังนอนอาบแดดสบายใจกันอยู่ ที่ Pier 39

ใช่ละค่ะ ไม่ต้องตกใจไป แมวน้ำตัวเป็นๆรอเพื่อนๆอยู่

เพื่อนเขาไปดำน้ำดูปะการัง เราก็มาชมแมวน้ำในเมืองกันสิค่ะ ดูแมวน้ำให้จุใจแบบนี้ไม่มีที่ไหนอีกแล้วว ที่สำคัญ ฟรี!

สำหรับ Pier 39 นั่น นอกจากแมวน้ำแล้วก็ยังมีร้านอาหารทานเล่น หรือ บางครั้งก็จะมีการแสดงอีกมากมาย ให้เพื่อนๆได้ตื่นตาตื่นใจกัน สาวก Hard Rock Cafe ก็สะสมของฝากกันต่อได้ เพราะซานฟรานซิสโกของเราก็มีสาขาอยู่ที่นี่นั่นเอง

  • Alcatraz เกาะคุกในตำนาน

หรืออีกชื่อนึงที่รู้จักกันในนาม The Rock ทริปนี้แนะนะค่ะว่า ต้องจองวันไปล่วงหน้า ซึ่งอย่างน้อย แนะนำล่วงหน้าสัก 3-4 วันเป็นอย่างต่ำหรือถ้าให้ดีก็ก่อนไปสักหนึ่งสัปดาห์ เพราะจะเต็มเร็ว แล้วตั๋วขายออกเร็วมาก เพื่อนๆสามารถซื้อตั๋วออนไลน์กันได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปซื้อหน้าเคาท์เตอร์ค่ะ www.alcatrazcruises.com

เพื่อนๆสามารถเลือกได้ว่าอยากเป็น เดย์ทัวร์ หรือไนท์ทัวร์ ตามใจชอบเลย

ท่าเรือที่เพื่อนๆจะต้องไปขึ้นเรือไปยังเกาะคุกนั้น คือท่าเรือ Pier 33 ที่เดินไปไม่ไกลจาก Pier 39 ค่ะ และระยะเวลาจากท่าเรือไปถึงเกาะนั้นใช้เวลาเพียง 15 นาทีในการนั่งเรือ ซึ่งบอกเลยค่ะว่าคุ้มเกินคุ้ม เป็นอีกที่เลยที่มาซานฟรานซิสโกแล้วจะพลาดไม่ได้

เกาะคุกนี้ตั้งอยู่กลางอ่าวซานฟรานซิสโกนี้เปิดใช้เป็นคุกเมื่อปี ค.ศ.1934 แต่เมื่อต้านทานกับค่าใช้จ่ายที่มีไม่ได้จึงได้ปิดตัวลงในปี ค.ศ.1963 ซึ่งตามการบันทึกนั้นไม่มียืนยันว่ามีนักโทษสักคนสามารถหลบหนีออกมาจากคุกได้ หรือถ้าหลบหนีว่ายน้ำออกมาก็ไม่สามารถว่ายไปถึงจรดฝั่งได้ เพราะเนื่องจากกระแสน้ำที่แรงจากมหาสมุทรแปซิฟิกที่ซัดเข้าผ่านปากอ่าว ตอนฝ้ายไป ฟัง Audio ไป ขนลุกไปเลยค่ะ

ถ้าเพื่อนๆอยากมาย้อนรอยตามประวัติศาสตร์ และเห็นของจริงนั่น ห้ามพลาดเลยค่ะ อยากบอกว่าทุกคนจะได้เครื่องออดิโอ้ พร้อมหูฟังซึ่งจะสะดวกและเข้าถึงมาก สำหรับการรับฟังเรื่องราวของคุกนี้ ซึ่งราคาที่เพื่อนๆซื้อตั๋วเรือไปนั่น ได้รวมกับค่าเจ้าตัวออดิโอ้เรียบร้อยแล้ว

  • ชมวิวเมืองที่ Coit Tower

ถ้าเพื่อนๆมีเวลาจาก Alcatraz กลับขึ้นฝั่งมา เป็นอีกจุดที่พีค เพราะเพื่อนๆสามารถชมวิวซานฟรานซิสโกแบบ 360 องศาไปเลย แล้วถ้าเพื่อนโชคดี หน้าหนาวช่วงที่พระอาทิตย์ตกเร็วนั้นเพื่อนๆอาจจะได้เห็นพระอาทิตย์ตกพร้อมไปกับวิวเมืองเลยด้วย

ทางขึ้นไปค่อนข้างจะเป็นเนินพอสมควร แต่เพื่อนๆสามารถนั่งรถมิวนิ สาย 39 ขึ้นไป หรือสะดวกกว่านั้นคือเรียกใช้บริการอูเบอร์หรือลิฟต์ก็ได้ เพื่อประหยัดแรง

รายละเอียดชั่วโมงหรืออื่นๆเพื่อนสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Coit Tower

Thank you for the information to sfrecpark.org
แมพคร่าวๆ บอกโลเคชั่น

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: